หากพูดถึง “พัทยา” ภาพจำของคนส่วนใหญ่ คือ เมืองท่องเที่ยวริมทะเลที่เต็มไปด้วยสีสัน ร้านอาหาร คาเฟ่ สถานบันเทิง และการใช้ชีวิตยามค่ำคืน แต่วันนี้ “พัทยา” มีบทบาทและความสำคัญมากกว่านั้น โดยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่บทบาทใหม่ในฐานะ “เมืองเศรษฐกิจและเมืองแห่งการอยู่อาศัยระดับนานาชาติ” ที่ดึงดูดทั้งนักลงทุน ผู้เกษียณอายุ และนักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วโลก

จากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองเศรษฐกิจแห่งการใช้ชีวิตในอนาคต

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา พัทยาเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการท่องเที่ยว การบริการ การลงทุน และโลจิสติกส์ เฉพาะ 6 เดือนแรกปี 2568 มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 3.175 แสนล้านบาท เติบโต 3.4% จากปีก่อนหน้า ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 13.7 ล้านคน  

เมื่อมีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พัทยาจึงเป็น มากกว่าเมืองท่องเที่ยวริมทะเล โดยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนจากต่างประเทศทุกรูปแบบ เมืองแห่งนี้ยัง​​เป็นหมุดหมายของชาวต่างชาติที่ใช้ชีวิตยามเกษียณ เพราะมีคุณภาพชีวิตที่ดี ค่าครองชีพสมเหตุสมผล และมีความพร้อมในทุกมิติ พัทยาจึงเปลี่ยนภาพจาก “เมืองท่องเที่ยวริมทะเล” สู่ “เมืองเศรษฐกิจแห่งการใช้ชีวิต” ช่วยสร้างทั้งรายได้ โอกาส และการเติบโตให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง 

เมกะโปรเจกต์ระดับประเทศ ยกระดับเมืองพัทยา

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้พัทยามีศักยภาพการเติบโตสูง คือการได้รับอานิสงส์จากโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น

-รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา มูลค่ากว่า 2.2-2.4 แสนล้านบาท เริ่มก่อสร้างปี 2563 และคาดว่าจะแล้วเสร็จตามสัญญาใหม่ปี 2575

-สนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่ากว่า 2.9 แสนล้านบาท เริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างปี 2563-2565 คาดว่าจะแล้วเสร็จ ปี 2571

-ท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 มูลค่ากว่า 1.1-1.5 แสนล้านบาท เริ่มงานส่วนทะเลปี 2564 กำหนดเปิดใช้บางส่วน ปี 2570-2571

-ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟส 3 มูลค่ากว่า 50,000-60,000 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างปี 2564 คาดว่าเสร็จบางส่วนปี 2570 เปิดเต็มรูปแบบปี 2572

-โครงการมอเตอร์เวย์เชื่อมกรุงเทพฯ – พัทยา – EEC เริ่มก่อสร้างปี 2559 เปิดให้บริการปี 2563 ที่ผ่านมา

พัทยาในวันที่เมืองกำลัง “อัปเกรดตัวเอง” "พัทยาไม่ได้กำลังเติบโต...กำลังยกระดับทั้งเมือง" 

นอกจากนี้ พัทยายังเดินหน้าสู่การเป็น Smart City อย่างจริงจัง ตั้งแต่ระบบจราจรอัจฉริยะ CCTV และ AI Monitoring ระบบ Smart Parking ไปจนถึงการพัฒนาเครือข่ายดิจิทัลทั่วเมือง รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์ครั้งใหญ่ เช่น การนำสายไฟฟ้าลงดิน ซึ่งเริ่มต้นในพื้นที่จอมเทียน ทั้งหมดนี้กำลังยกระดับภาพลักษณ์ของเมืองจากเมืองท่องเที่ยว สู่เมืองน่าอยู่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในระยะยาว

 

พัทยา เมืองเป้าหมายปักหมุด บ้านหลังที่สองของต่างชาติ

ด้วยมนต์เสน่ห์ของเมืองพัทยา มีความหลากหลายการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะอยู่อาศัยหรือท่องเที่ยว มีครบทุกไลฟ์สไตล์และความต้องการ พัทยาจึงเป็นเมืองที่ดึงดูดชาวต่างชาติมาตั้งแต่อดีต จากเดิมต้อนรับนักท่องเที่ยว ปัจจุบันต้อนรับ​กลุ่มแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่นิคมอุตสาหกรรม​ และต่างชาติที่เลือกลงหลักปักฐานเป็นบ้านหลังที่ 2 ยามเกษียณอีกด้วย 

 

จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) หรือ REIC ชี้ชัดว่าต่างชาติเลือกพัทยาเป็นบ้านหลังที่ 2 จากข้อมูลพบว่าจ.ชลบุรี (รวมพัทยา) ในปี 2568 มียอดโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติ มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ด้วยจำนวน​​ 4,164 ยูนิต คิดเป็น 28% ของการโอนกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติทั้งหมดในประเทศไทย มีมูลค่า​ 11,591 ล้านบาท คิดเป็น 32% ของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติทั้งหมดในประเทศไทย

ถ้าดูข้อมูลพฤติกรรมและโปรไฟล์ของผู้ซื้อต่างชาติ ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2567 จะพบว่า คอนโดที่ซื้อมีราคาเฉลี่ยต่อยูนิต 2.78 ล้านบาท สะท้อนถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งในเซกเมนต์ระดับพรีเมียม เป็นห้องขนาดเฉลี่ย 40.5 ตารางเมตร ถือเป็นขนาดยูนิตที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีและเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยที่สะดวกสบาย ส่วนผู้ซื้อต่างชาติมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ประเทศจีน สัดส่วน 20% ของมูลค่ารวมทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 6,502 ล้านบาท รองลงมาเป็นประเทศรัสเซีย สัดส่วน 18% ของมูลค่ารวมทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 5,904 ล้านบาท และประเทศเยอรมนี สัดส่วน 7% ของมูลค่ารวมทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 2,173 ล้านบาท

พัทยา เมืองครบรสที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการอยู่อาศัย

​พัทยา เป็นเมืองที่มีความพร้อมในทุกด้านสำหรับการใช้ชีวิต อยากซื้อสินค้าก็มีห้างสรรพสินค้าหลากหลายให้ช้อปปิ้ง หากมีลูกหลานต้องเข้าเรียนก็มีโรงเรียนที่ดี ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนไทยหรือโรงเรียนนานาชาติ โดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติในพื้นที่พัทยาและใกล้เคียง มีมากกว่า 15-20 แห่ง อาทิ Regents International School Pattaya, Rugby School Thailand และ Garden International School เรียกว่าเป็น International Education Hub ก็ไม่ผิด มีหลักสูตรอังกฤษ อเมริกัน ไปจนถึง IB Curriculum หากอยากออกกำลังกายเล่นกีฬา พัทยามีทั้งสนามกอล์ฟ สนามแข่งรถมาตรฐานโลก เรื่องอาหารการกินไม่ต้องพูดถึง มีครบตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงระดับมิชิลิน อยากพักโรงแรมหรู 5 ดาว ทำสปา ดูแลสุขภาพในเวลเนสเซ็นเตอร์ หรือเจ็บป่วยก็มีโรงพยาบาลชั้นนำ

​พัทยา ยังเป็นสถานที่ถูกปักหมุด สำหรับงานอีเวนต์สารพัดรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการประชุมระดับนานาชาติ การจัดเทศกาลดนตรี กิจกรรมกีฬา หรือแม้แต่ด้านความบันเทิงระดับโลก อาทิ Wonderfruit Festival, Pattaya International Fireworks Festival หนึ่งในเทศกาลพลุนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย นอกจากนี้ที่อยู่ในแผนเตรียมปักหมุดสร้างสีสันและความบันเทิงให้คนไทยและต่างชาติ ​เช่น Tomorrowland Thailand เป็นต้น เรียกได้ว่าเมืองพัทยามีครบจบทุกความต้องการ และทุกไลฟ์สไตล์เลยทีเดียว จนหลายคนเริ่มมองพัทยาในฐานะ “International Living Destination” มากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว

จอมเทียน New Luxury District ของพัทยา 

​เมืองพัทยาถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้หลายพื้นที่เริ่มหนาแน่นและแออัด การหาที่ดินมาพัฒนาโครงการได้ยากขึ้น​ และแต่ละทำเลมีความเหมาะสมในการพัฒนาต่างกันไป บางแห่งเหมาะสำหรับเป็นย่านธุรกิจการค้า บางทำเลเหมาะแก่อยู่อาศัย แต่ละทำเลจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง อย่างทำเลจอมเทียน ที่วันนี้ถูกจับตามองจากบรรดานักลงทุน และนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพราะคือ ทำเลทองของการอยู่อาศัยในระดับพรีเมียม ด้วยมนต์เสน่ห์ของทำเลที่แตกต่างและโดดเด่น

จุดเด่นของทำเลจอมเทียน คือ การผสมผสานกันระหว่างการใช้ชีวิตริมทะเล และการพักผ่อนได้อย่างลงตัว ทำให้ผู้พักอาศัยสัมผัสบรรยากาศชายหาดริมทะเลได้อย่างเต็มที่ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเงียบสงบ และมีความเอ็กซ์คลูซีฟมากกว่าพัทยากลาง แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต ​เดินทางสะดวก มีเส้นทางเข้า-ออกหลายเส้นทาง จึงเป็นหนึ่งทำเลที่มีความต้องการสูงสุดของพัทยาเพื่อการอยู่อาศัย มีศักยภาพการเติบโตของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ใน​อนาคตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากการเข้ามาลงทุน​ของโรงแรมแบรนด์ระดับโลก อาทิ Marriott Jomtien และ The Standard Jomtien ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำศักยภาพและความน่าสนใจของทำเลแห่งนี้ในระยะยาว 


Aquarous Jomtien Pattaya การใช้ชีวิตริมทะเลระดับเวิลด์คลาส

ท่ามกลางการเติบโตของจอมเทียน หนึ่งในโครงการที่ถูกจับตามองและพูดถึงมากที่สุด คือ Aquarous Jomtien Pattaya (อควารัส จอมเทียน พัทยา) คอนโดมิเนียมหรูสไตล์ Luxurious Staycation ติดหาดจอมเทียน จาก AssetWise หรือ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ที่เลือกปักหมุดบนทำเลศักยภาพระดับพรีเมียมแห่งนี้

Aquarous Jomtien Pattaya ตั้งอยู่บนถนนจอมเทียนสาย 2 (ซอยบุณย์กัญจนา) ห่างจากหาดจอมเทียนเพียง 500 เมตร โดดเด่นด้วยวิวทะเลแบบพาโนรามา และพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่สไตล์สวนน้ำ เนื้อที่โครงการ ประมาณ 5 ไร่ 3 งาน เป็นคอนโด High Rise 2 อาคาร ความสูง 44 ชั้น และ 47 ชั้น มีทั้งหมด 606 ยูนิต ซึ่งมีจุดเด่นกว่า 85% ของห้องพักหันรับวิวทะเล การันตีด้วยรางวัล Best Condo Architectural ประเภทห้องพักโครงการมีห้องให้เลือกหลากหลายขนาดตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการพักผ่อน คือ 1 Bedroom Superior พื้นที่ 34.70 - 37.65 ตร.ม. 1 Bedroom Deluxe / Suite พื้นที่ 43.80 - 76.40 ตร.ม. 2 Bedroom Executive / Suite พื้นที่​ 79.75 - 127.25 ตร.ม. และมีห้อง Penthouse พิเศษที่ 3 ชั้นบนสุดอีกด้วย

 1 Bedroom Superior พื้นที่ 34.70 - 37.65 ตร.ม. 
 

2 Bedroom Executive / Suite พื้นที่​ 79.75 - 127.25 ตร.ม.

Aquarous Jomtien Pattaya ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Escape the Chaos เป็นโครงการที่มุ่งเน้นให้เป็นที่พักอาศัยเพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง และแนวคิด The Impression of Blue เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาโครงการ จากการหลอมรวมความเคลื่อนไหวของท้องทะเลเข้ากับเส้นสายทางสถาปัตยกรรม เพื่อสร้าง Iconic หนึ่งเดียวในจอมเทียน โดยผู้ออกแบบระดับชั้นนำของประเทศไทย (World-Class Design Team)  

สิ่งที่ทำให้ Aquarous Jomtien Pattaya โดดเด่นและแตกต่าง คือการออกแบบอาคารคู่ที่มี Sky Connection เชื่อมต่อกัน ดีไซน์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม แต่ยังถูกตีความให้เสมือนภาพของชายและหญิงที่กำลังเต้นรำริมชายหาด สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นบนเส้นขอบฟ้าของจอมเทียน และกำลังกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่สะท้อนความพรีเมียมของทำเลแห่งนี้ได้อย่าง ชัดเจน

เมื่อ “ส่วนกลาง” ไม่ใช่แค่ Facility แต่เป็น New Luxury ของการอยู่อาศัยยุคใหม่​

ด้วยฝีมือการออกแบบระดับ World-Class Design Team กับความเป็นมืออาชีพในการพัฒนาโครงการของ AssetWise ที่มีมายาวนานกว่า 21  ปี ปั้นโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพ บนทำเลศักยภาพที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์มาแล้วมากกว่า 80 โครงการ Aquarous Jomtien Pattaya จึงไม่ได้ใส่สิ่งอำนวยความสะดวกไว้เพียงแค่เป็นจุดขายของโครงการ แต่เพื่อเป็นการเติมเต็มการใช้ชีวิตในโครงการระดับลักชัวรี ที่สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ รสนิยม และคุณภาพของการอยู่อาศัย ตามคอนเซ็ปต์ของ AssetWise ที่เน้นให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการสามารถเติมเต็มความสุขให้ผู้อยู่อาศัย จากการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อสร้างประสบการณ์​การใช้ชีวิตเหนือความธรรมดา ด้วยพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่มากถึง 5,500 ตร.ม. ซึ่งแบ่งออกเป็น​ 3 โซน ตามความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง

โซน 1 The Oasis บริเวณชั้น G กับพื้นที่ต้อนรับที่ให้ความรู้สึกราวกับพักในโรงแรม 5 ดาว ด้วยล็อบบี้ Double Volume สูง 6 เมตร ส่วนผู้ที่ชื่นชอบการวิ่งในบรรยากาศธรรมชาติ มี Aromatic Garden สวนพักผ่อนกว่า 1 ไร่ (Indoor/Outdoor Garden) พร้อม Jogging Track ถึง 50 เมตรทำให้ทุกจังหวะการก้าวและวิ่งผู้พักอาศัยจะได้สัมผัสกับกลิ่นหอมจากพรรณไม้ธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่พักผ่อนและเพื่อการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น Library Lounge พื้นที่รองรับ Work from Anywhere กับ Tea Lounge พื้นที่สำหรับ Afternoon Tea และ Residence Lounge ที่ให้ความเป็นส่วนตัว (Semi-private) พร้อม Coffee Counter เพื่อปลุกพลังในแต่ละวันของลูกบ้าน

โซน 2: Aqua Club พื้นที่บริเวณชั้น 3 ด้วยแนวคิด "The Impression of Endless Retreat" สร้างสุขภาวะที่ดีของการอยู่อาศัยในทุกเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็น Aqua Park สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ 4 สไตล์ ได้แก่ Lazy Pool, Fun Pool, Kids Pool และ Beach Pool พื้นที่เพื่อความบันเทิงให้กับทุกคนในครอบครัว ทั้ง​ Kid’s Club, Game Arcade (Racing Simulator/Basketball Machine/Pool Table) และ Collaborative Workspace ที่เชื่อมต่อกับ Playground นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพของตนเองแบบองค์รวม ต้องไม่พลาดกับพื้นที่ ​Wellness ที่มี Onsen สไตล์ญี่ปุ่น แยกชาย/หญิง พร้อม Sento Shower, Steam และ Sauna เติมเต็มสุขภาพระดับพรีเมียม

โซน 3: Cloud Club บริเวณชั้น 43-44​ กับแนวคิด​ "The Impression of Natural Phenomena" ที่มีทั้ง​ Sky Experience: Infinity Edge Pool วิวพาโนรามา, Sky Lounge ตกแต่งด้วยหินธรรมชาติหายากและ Chandelier แพลงก์ตอนเรืองแสง Sky Wellness: Sky Fitness, Boxing & Circuit Training Area, Yoga Room วิวทะเล และ Bike Simulator รวมถึง Private Dining: ห้อง Dining ส่วนตัว

Exclusive Concierge Service เพื่อไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรี

​การอยู่อาศัยใน Aquarous Jomtien Pattaya ไม่เพียงแต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสถานที่เท่านั้น แต่ที่นี่เติมเต็มไลฟสไตล์แบบเหนือระดับ กับบริการ Exclusive Concierge Services ตอบทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็น ด้าน Transportation กับบริการจอง Limousine, Private ต่างๆ หรือเช่าเรือยอชต์ส่วนตัว ด้าน​​ Medical & Wellness ให้บริการประสานงานฉุกเฉินทางการแพทย์ (Medical Wings) ด้านLifestyle & Leisure บริการ จอง Private Chef, Bartender, ครูฝึกส่วนตัว (Fitness/Yoga) หรือจองร้านอาหารและสนามกอล์ฟ และการอำนวยความสะดวกในการพักอาศัย กับบริการด้าน Laundry & Housekeeping ช่วยลดภาระในด้านการดูแลห้องพักกับแม่บ้านทำความสะอาด และบริการซักอบรีดระดับพรีเมียม

มากกว่าบ้านพักตากอากาศ แต่คือสินทรัพย์แห่งอนาคต

จากจุดเด่นต่าง ๆ ทั้งหมด Aquarous Jomtien Pattaya คงเป็นคำตอบสำหรับการอยู่อาศัยในวิถีชีวิตแบบลักชัวรี แต่ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยศักยภาพไม่ว่าจะเป็นทำเลหรือตัวโครงการ ส่งผลให้โครงการมีมูลค่าเพิ่มที่ปฏิเสธไม่ได้ สิ่งสะท้อนชัดเจนก็ต้อง​เป็นอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่ามากถึง 5-6.5% ต่อปี มีอัตราผลกำไรจากส่วนต่างราคา/มูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น (Cap Gain) อัตรา 3.0% - 5.0% ต่อปี และราคาขายต่อในตลาดมือสอง (Resale Price) อยู่ที่ 120,000 - 210,000 บาท ต่อตร.ม.

หากดูอัตราการปล่อยเช่า จะพบเรทราคาค่าเช่าห้องค่อนข้างสูง โดย-ห้อง 1 Bedroom พื้นที่ 40-60 ตร.ม. ได้ค่าเช่า 30,000-50,000 บาทต่อเดือน​

-ห้อง 2 Bedroom พื้นที่ 60-100 ตร.ม. ​ได้ค่าเช่า 80,000-130,000 บาทต่อเดือน   

-ห้อง  Penthouse ระดับไฮเอนด์ มีโอกาสปล่อยเช่าได้สูงถึง ประมาณ 290,000 บาทต่อเดือน​คิดเป็นผลตอบแทน (Yield) เฉลี่ย 5-8% ต่อปี บางยูนิตที่บริหารดี ​ ผลตอบแทนแตะ 8% ขึ้นไปเลยทีเดียว  ในวันที่พัทยากำลังก้าวสู่เมืองเศรษฐกิจระดับนานาชาติ และจอมเทียนกำลังถูกพัฒนาเป็นย่านลักชัวรีแห่งใหม่ของเมือง Aquarous Jomtien Pattaya จึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการที่ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตริมทะเล แต่ยังสะท้อนศักยภาพของสินทรัพย์ที่เติบโตไปพร้อมกับเมือง

เมื่อรวมศักยภาพของทำเล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เมกะโปรเจกต์ระดับประเทศ และการเพิ่มขึ้นของประชากรคุณภาพจากทั่วโลก ทำให้จอมเทียนกำลังกลายเป็นหนึ่งในทำเลที่น่าจับตามองที่สุดของพัทยา

และสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมดุลระหว่างการอยู่อาศัย การพักผ่อน และโอกาสการเติบโตในระยะยาว Aquarous Jomtien Pattaya คือหนึ่งในโครงการที่สะท้อนนิยามของการใช้ชีวิตริมทะเลยุคใหม่ได้อย่างครบถ้วนที่สุดในเวลานี้